header image
Home arrow บทความทั้งหมด arrow ท้องเสียเรื่องเล็กที่ควรรู้
ท้องเสียเรื่องเล็กที่ควรรู้ PDF พิมพ์
        ท้องเสียเป็นภาษาพูดที่เราเข้าใจไม่ตรงกันนัก โดยมีความหมายตั้งแต่ ถ่ายบ่อย ถ่ายเป็นก้อนนิ่ม ถ่ายเป็นน้ำ ถ่าย 2 ครั้ง 3 ครั้ง 4 ครั้ง ถ่ายไม่สุด ปวดท้องแล้วไปถ่าย ฯลฯความหมายของแต่ละคนย่อมไม่ตรงกัน แต่ในทางการแพทย์ ยึดเอาความหมายที่แพร่หลายที่สุดคือ ถ่ายเป็นน้ำและรวมเอาการถ่ายมากกว่า 3 ครั้ง มีมูกหรือเลือดปน เป็นอาการท้องเสีย

          สังเกตอาการก่อนไปพบแพทย์ ว่าจำเป็นต้องไปหาหมอไหม โดยดูว่ามีทีท่าจะหนักขึ้นไหม เช่น ถ่ายจนเพลีย หรือว่าปวดท้อง เพราะสองอาการนี้เป็นอาการหลักในการทำให้เราต้องไปหาหมอ ถ้าดูแล้วไม่หนัก ก็อาจกินแค่เกลือแร่ หรือไม่แค่อยู่เฉย ๆ ก็หายไปเอง อาจสังเกตก่อนว่า อาการนั้นเกี่ยวพันกับอาหารด้วยหรือเปล่า เช่น อาหารเผ็ดจัด เป็นสาเหตุที่ทำให้ถ่ายและแสบท้องและปวดท้องนม บางคนที่แพ้นมวัวกินเข้าไปจะปวดท้องและถ่าย อาหารเสริมยาระบายต่างๆ ทำให้ทั้งปวดทั้งถ่าย


          อะไรที่ควรรู้ก่อนไปหาหมอ เช่น จำนวนครั้งที่ถ่าย ลักษณะมีมูกหรือเลือดปนไหมกลิ่นอย่างไร เป็นน้ำหรือเนื้อกว่ากัน มีไข้ร่วมด้วยหรือไม่ ตอนไหน ซึ่งจะใช้ในการประกอบการตัดสินใจให้ยา และอาการที่สำคัญอีกอย่างคือ อาเจียน ซึ่งควรจำให้ได้ว่าอาเจียนก่อน หลัง หรือพร้อมๆกับท้องเสีย เพราะในโรคบางอย่าง ท้องเสียเป็นแค่อาการประกอบในตัวโรคที่รุนแรงได้


          การหยุดถ่าย ไม่ได้แปลว่าดี คนส่วนใหญ่มักมาขอยาหยุดถ่ายจากหมอ และหมอมักไม่ค่อยให้ยาหยุดถ่าย เพราะกลไกที่ทำให้ท้องเสียมักเกิดจากเซลล์ผิวลำไส้เสียไป ทำให้น้ำในร่างกายรั่วออกมา ดังนั้นการหยุดการถ่ายเป็นแค่การทำให้ลำไส้หยุดการเคลื่อนตัวขับของเสียออกเท่านั้นส่วนที่เสียไปจะฟื้นงอกมาใหม่ในสองสามวัน และไปเร่งมันก็ไม่ได้สิ่งที่ทำได้คือ เสริมทดแทนในส่วนที่ขาดไปโดยการกินเกลือแร่ทดแทน ส่วนการให้น้ำเกลือ ก็เป็นความคิดที่ผิดๆแบบหนึ่ง เพราะน้ำเกลือ1ขวด ก็มีค่าเท่ากับน้ำเกลือผง1ซองเท่านั้น ถ้าไม่แย่มากจนกินไม่ไหวก็ไม่ควรให้น้ำเกลือเพราะว่ามีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะฉะนั้นเมื่อไปหาหมอแล้วจะได้น้ำเกลือแร่ ยาแก้ปวดท้อง และยาปฏิชีวนะซึ่งมักจะให้ในรายที่มีการติดเชื้อที่รักษาได้ด้วยยา โดยการที่คนไข้บอกประวัติให้หมอฟัง


          ให้รู้วิธีรักษาตนเองในขั้นต้น คือให้มีผงเกลือแร่ติดบ้านเอาไว้ห้าหกซอง สำหรับเด็กดื่มเกลือแร่ยาก อาจใช้น้ำอัดลมเย็นๆผสมเกลือให้เด็กดูดจะดี สำหรับคนเฒ่าคนแก่ ให้ลองเอาน้ำข้าว(ต้มข้าวแล้วตักเอาแต่น้ำมา)ผสมเกลือให้ดื่มก็ได้ มีคุณค่าใกล้ๆกัน (เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน) รู้จักสังเกตอาการที่แพทย์จะซักถาม เพราะมันมีส่วนในการตัดสินใจในการให้ยา อาการหลัก คือ วันที่1 ปวด วันที่2 ถ่าย วันที่3 เพลีย หลังกินน้ำเกลือแร่ กว่าร่างกายจะดูดซึมและนำไปใช้จนหายเพลีย ก็ประมาณ 3 ชั่วโมง ผนังลำไส้ใช้เวลางอกตัวประมาณ 3 วัน ดังนั้นอาการท้องเสียมักจะหายในวันที่สองหรือสามหลังการรักษา กินน้ำเกลือแร่แล้ว ก็พักผ่อนสักหน่อย สุดท้าย รู้จักหาสาเหตุที่มีตั้งแต่ อาหารรสจัด อาหารที่ไม่ถูกส่วน อาหารที่เป็นยาระบาย โรคภัยบางอย่าง อนามัยส่วนตัว ฯลฯ ถ้ารู้จะได้ป้องกันหรือแก้ไขได้ทัน

 www.pharm.chula.ac.th/osotsala/otcproject/diarrhea.html